วิวัฒนาการของผู้ใช้Windowsตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
Windows ถือเป็นระบบปฎิบัติการบน Computer ของ Microsoft ตัวแรกๆที่เราๆท่านๆรู้จักและคุ้นเคยกันมาช้านาน ระบบปฎิบัติการชนิดนี้ ได้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการ Computer มาเป็นอย่างมากดังนั้นวันนี้เรามาย้อนอดีตกันถึงวิวัฒนาการของผู้ใช้Windowsตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันดีกว่าครับ
1985 - Windows 1.0 เป็น OS แบบ 16 bit ที่มี GUI ตัวแรกของ Microsoft โดยออกวางขายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1985 วางขายในรูปแบบของ Floppy Disk โดยผู้ใช้ต้องลง DOS ก่อนถือเป็นครั้งแรกของโลกที่รู้จักระบบปฎิบัติการณ์นี้
1998 – Windows 98 เป็น OS ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Microsoft ออกมาในวันที่ 24 สิงหาคม 1995 เริ่มแยกตัวออกจาก DOS แล้ว (นิยมการเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Floppy Disk เป็นอย่างมาก)
2000 – Windows 2000 วางเป้าหมายไว้ที่กลุ่มผู้ใช้ด้วนธุรกิจ,Notebook,และ Server โดยออกวางขายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2000 มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น คือ Professional, Server, Advanced Server และถือว่าเป็นสหัสวรรษใหม่เลยทีเดียว ( จุดเริ่มต้นของ MSN/Google )
2001 – Windows XP ออกวางขายวันที่ 25 ตุลาคม 2001 ซึ่งขายได้มากกว่า400ล้านชุดได้รับความนิยมสูงมาก และครองตลาดอยู่นานมากๆ จนเรียกได้ว่า OS ของComส่วนใหญ่ในโลกนี้เป็น Windows XP โดย Windows XP นั้นเน้นการใช้งานส่วนบุคคล ชื่อ XP มาจากคำว่า Experienceและมาพร้อมกับ Internet Explorer 6 ที่ไม่มีวันตาย
2007 – Windows Vista วางขายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2006 พร้อมกับเสียงก่นด่านับไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่องกินสเปค ทำงานช้า Error บ่อย ไม่ Support โปรแกรมเก่าๆ ฯลฯ ถึงแม้จะมีการออก Service Pack มาแก้ปัญหาถึง 2 ตัว จนมันทำงานได้ดีแล้ว แต่ชื่อ Windows Vista ก็จะถูกจดจำไปอีกนานในฐานะ Windows ที่ล้มเหลวที่สุดของ Microsoft ( ทั่วโลกเริ่มรู้จัก Facebook/Youtube )
2009 – Windows 7 จากความล้มเหลวใน Vista ทำให้ Microsoft แก้ตัวใหม่Windows 7 ก็ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 29 ตุลาคม 2009 โดยคาดว่าในอีกไม่นาน Windows 7 จะมาเป็น OS หลักสำหรับ PC แทนที่ Windows XP ที่จะมีอายุครบ 10 ปี (การเข้ามาของ Twitter )
2012 Windows 8 เปิดตัวเมื่อเดือน ตุลาคม 2012 สิ่งที่ทำให้ Windows 8 แตกต่างอย่างชัดเจนกับWindowsรุ่นก่อนหน้านี้คือ การออกแบบมาเพื่อให้ทำงานครอบคลุมทุกPlatforms ไม่ว่าจะเป็นบนTablet,Laptop และDesktopที่สำคัญคือ Windows 8 ได้ถูกออกแบบมาสำหรับจอTouch screen และจะเป็นครั้งแรกที่ระบบปฏิบัติการWindowsจะทำงานด้วยระบบประมวลผล ARM ซึ่งMicrosoftคาดหวังไว้ว่าในอนาคตจะช่วยกระตุ้นยอดขายTablet Computerซึ่งปัจจุบันยังเป็นรองAppleอยู่
Linus Torvalds ชายผู้คิดค้นระบบปฏิบัติการลีนุกซ์
Torvalds มีชีวิตประจำวันที่เรียบง่าย เขาและภรรยาชื่อ Tove แต่งงานกันมาแล้ว 9 ปี อาศัยอยู่ในบ้านที่แบ่งชั้นล่างเป็นสำนักงานชื่อ Open Source Development Lab เป็นสำนักงาน ที่ได้รับเงินสนับสนุนและดำเนินงาน เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ห้องทำงานนี้เป็นห้องที่อยู่ริมทางเดินเล็กๆ ที่คั่นระหว่างบ้านของเขาและบ้านข้างๆ ในห้องเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับ ลีนุกซ์ ที่เขาเคยอ่านจริงๆ เพียงไม่กี่เล่ม วันหนึ่งในต้นเดือนกรกฏาคม เขาชวนผมมาที่นี่ ซึ่งถือเป็นที่ทำการอย่างเป็นทางการที่แรกของ OSDL และพอเริ่มคุยกันได้ไม่นานเขาก็ขอตัวเอาขยะไปทิ้งเพราะภรรยาบอกว่ามันเริ่มส่งกลิ่นเหม็น พอกลับมาคุยกันต่อได้อีกสักพัก เขาก็ต้องไปดูแลอาหารกลางวัน ให้กับลูกสาวสามคน คนโตอายุไม่เกิน 8 ปีทั้งสามคนดูเป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใสทีเดียว
Torvalds ในวัย 33 ดูเป็นคนสบายๆ ผมสีน้ำตาลปกคลุมตาสีฟ้าและใบหน้าที่อ่อนโยน มีจมูกใหญ่และกรามเป็นสัน เขามีรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอเป็นรอยยิ้มที่สามารถโฆษณายาสีฟันได้เลยทีเดียว เขาแต่งตัวง่ายๆ เหมือนจะไปเล่นเทนนิสในตอนเช้า สวมกางเกงขาสั้นสีขาว ถุงเท้าสีขาว สวมเสื้อโปโลสีขาวของ ลีนุกซ์ ที่ทำมาสำหรับแจก เป็นเสื้อที่เขาใส่เป็นครั้งคราว
[[254]]
ห้องทำงานเล็กๆของ Torvalds นี้เองคือกองบัญชาการหลักของระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้มากกว่า 18 ล้านคนทั่วโลก ชายที่พูดถึงตัวเองว่าเป็นเพียงคนธรรมดาๆ นี่เองที่ได้รับยกย่องจากคนมากมายในฐานะ ที่เป็นเหมือนประหนึ่งนักรบผู้กล้าหาญ ในโลกแห่งเทคโนโลยี ที่กล้าท้าทายอำนาจของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ และฉลาดมากพอที่จะเอาชนะ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ที่จะศึกษาว่าเขาทำได้อย่างไร
ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ Torvalds อายุเพียง 21 ปี ครอบครัวมีฐานะไม่ดีนัก Torvalds อาศัยอยู่กับแม่ในอพาตเมนต์ในเมืองเฮลซิงกิ เขาได้สร้างพื้นฐาน ของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นระบบที่เรายังคงพบได้ใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์เก่าๆ และได้เชิญชวนให้ โปรแกรมเมอร์ที่สนใจ เข้ามาช่วยพัฒนาระบบนี้ โดยผ่านทางอินเตอร์เนต มีคนนับหมื่นทั่วโลกให้การตอบสนอง จึงอาจเป็นไปได้ว่า ลีนุกซ์ คือโครงการความร่วมมือที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
[[253]]
การทำงานอย่างต่อเนื่องกว่า 12 ปี ทำให้ระบบปฏิบัติการนี้ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพสูง และมีความคล่องตัว สามารถจะใช้ได้จริงกับผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ในตลาดเช่นเครื่องเล่น Tivo โทรทัศน์ตั้งโต๊ะ หรืออุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือการที่ ลีนุกซ์ กำลังเติบโตในตลาดการสร้างคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของระบบอินเตอร์เนตและเน็ตเวิร์ค ต่างๆ Goldman Sachs ได้เผยผลการศึกษาภายใต้ชื่อ Fear the Penguinจากผลการศึกษานี้ Goldman Sachs ได้ให้ข้อสรุปว่า ไม่ช้าก็เร็ว ลีนุกซ์ จะเข้ามาแทนที่ ยูนิกซ์ ซึ่งในปัจจุบันเป็นระบบปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในโลกเนื่องจาก ลีนุกซ์ เป็น software ที่สามารถดาวโหล์ดมาใช้ได้ฟรีจากอินเตอร์เนต และมีผู้คนทั่วโลกเข้ามาดาวโหล์ดไปใช้ผ่านเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพต่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะวัดอัตราความเร็วที่แน่นอนในการดาวโหล์ด แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ลีนุกซ์ เป็นการปฏิวัติทาง software ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา
หน้าที่ 2 - สิ่งที่ทำให้ ลีนุกซ์ กลายเป็นระบบปฎิบัติการที่ประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้ ลีนุกซ์ กลายเป็นระบบปฎิบัติการที่ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็เพราะมีทีมงานโปรแกรมเมอร์ ที่ทำงานด้วยใจรักมากกว่าทำเพื่อธุรกิจ และที่สำคัญเป็นเพราะตัว Torvalds เอง เขาคือผู้ริเริ่มสร้าง ลีนุกซ์ และยังคงเป็นผู้ตัดสินใจกำหนดทิศทางของ ลีนุกซ์ ในปัจจุบัน Torvalds ได้ชื่อว่าเป็น นักเผด็จการใจดีแห่งโลกของ ลีนุกซ์ เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ ความสามารถอันยอดเยี่ยมในทางเทคโนโลยี แต่กลับเป็นบุคลิกอันเรียบง่าย Torvalds เป็นผู้นำที่ลูกน้องให้ความศรัทธา ผมได้มีโอกาสติดต่อทาง e-mail กับผู้ที่ได้ร่วมงานกับ Torvalds เพื่อสอบถามถึงประสบการณ์ในการร่วมงานกับชายผู้นี้ หนึ่งในนั้นคือ Cliff Miller ผู้ร่วมพัฒนา ลีนุกซ์ ในยุคต้นๆ ได้กล่าวถึง Torvalds ว่า เขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่
Software เหล่านี้ถูกพัฒนาขี้นจนมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่งแต่ไม่มีใครเลยที่จะประสบความสำเร็จได้มากเท่ากับลีนุกซ์ ความสำเร็จส่วนหนึ่งเป็นเพราะลีนุกซ์ทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการของ software ทั่วโลก เปรียบได้กับเครื่องดนตรีควบคุมจังหวะหรือกีต้าร์นำในวงดนตรี ถึงแม้ระบบปฏิบัติการลักษณะเช่นนี้จะไม่ได้มีเพียงลีนุกซ์เจ้าเดียวแต่ก็ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จได้เท่า Cliff Miller บอกกับผมว่าสิ่งที่ทำให้ลีนุกซ์ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะเพียงเพราะความสามารถในทางเทคโนโลยี ไม่ใช่เพราะแนวทางการพัฒนา และไม่ใช่เพราะการมีใบอนุญาติ แต่เป็นเพราะ ความสามารถของ Torvalds Linus นั่นเอง คนทั่วไปอาจจะมอง Torvalds ต่างไปจากตัวตนจริงที่เขาเป็น เช่น อาจจะมองว่าเขาเป็นคนไม่สนใจเงินทอง เป็นคนเกลียดระบบนายทุน และต่อต้านไมโครซอฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริงเลย คนที่ทำงานใกล้ชิดกับ Torvalds ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Torvalds คือแรงผลักดันที่สร้างให้เกิดสังคมโปรแกรมเมอร์ และผู้ที่คลั่งใคล้ในอินเตอร์เนต เข้ามาร่วมกันพัฒนา software ภายใต้แนวทางของเขา ให้ไปสู่จุดสุดยอด ทำให้คู่แข่งที่มีกำลังทางเศรษฐกิจ เช่น ไมโครซอฟ และ ซัน ไมโครซิสเต็ม ต้องสะเทือน บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้เฝ้าจับตามองลีนุกซ์ จึงไม่น่าประหลาดใจว่าทำไมผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟ จึงมองว่าลีนุกซ์ เป็นคู่แข่งสำคัญ หากจะดูจากราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็จะเห็นว่า ราคาหุ้นของลีนุกซ์ สูงขึ้นเรื่อยๆ บริษัทคอมพิวเตอร์อย่าง ออราเคิล, ไอบีเอ็ม และ อินเทล เป็นสามบริษัทที่ผนึกกำลังกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของตนในตลาดหลักทรัพย์ วอล สตรีท ไว้ให้ได้ สำหรับ บริษัท ซัน ซึ่งไม่ค่อยเต็มใจกับการเข้าร่วมกับ ลีนุกซ์ ในช่วงแรกๆ ก็ต้องประสบกับภาวะราคาหุ้นที่หล่นวูบในตลาดหลักทรัพย์ |
หน้าที่ 3 - เผชิญกับอุปสรรคอันยิ่งใหญ่
หน้าที่ 4 - Torvalds ในความนักการฑูตมากกว่าเป็นนักปกครอง
ตั้งแต่สมัยแรกๆที่เริ่มทำงาน Torvalds เรียกทีมงานของเขาว่า ทีมผู้รักษาระบบ ซึ่งก็คือกลุ่มโปรแกรมเมอร์ที่ต่างคนก็ต่างมีความชำนาญในคนละลักษณะ เช่นบางคนอาจจะชำนาญในระบบเครือข่าย หรือบางคนอาจจะชำนาญในเรื่องการจัดการระบบ จนกระทั่งปัจจุบัน คนเหล่านี้ทำงานของตนเองและช่วยตรวจสอบงานของคนอื่นๆ ในส่วนที่ตนเองมีความชำนาญ Alan Cox หนึ่งในทีมงานที่ผมมีโอกาสได้ติดต่อด้วยทาง e-mail กล่าวว่าไม่มีใครมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการจริงๆ ในลีนุกซ์ ตัว Alan Cox เองมีหน้าที่รับผิดชอบในชั้นของระบบปฏิบัติการที่เชื่อมต่อกับ disk drives หลักง่ายๆ ในการทำงานของ Torvalds คือเขาจะถามความเห็นจากสมาชิกคนอื่นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินคุณภาพงานของแต่ละคนและโปรแกรมเมอร์เหล่านี้ก็จะรู้สึกว่าตนเองได้รับความสำคัญ ปัจจุบันนี้ Torvalds มีทีมงาน 12 คนที่จะช่วยเขาตัดสินใจกำหนดความเป็นไปของลีนุกซ์ รูปแบบใหม่ที่กำลังสร้างขึ้น Alan Cox ยังกล่าวอีกด้วยว่า Torvalds ไม่ได้ไว้ใจคนทุกคนเท่ากัน คนที่ร่วมงานกันมานานหลายปีมักจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่า แต่กับบางคน Torvalds จะพิจารณางานอย่างถี่ถ้วน ซึ่งอาจเป็นเพราะเขายังไม่มั่นใจในการออกแบบหรือการวางสัญลักษณ์ และเพราะแต่ละคนก็จะมีข้อด้อยของตนเอง ดังนั้นการทำงานด้วยระบบ Open Source Code ผ่าน อินเตอร์เนต จึงเป็นข้อดีที่ทำให้คนอื่นๆ สามารถเข้ามาดูรูปแบบงานที่เราทำและช่วยแสดงความคิดเห็นได้
ทีมงานนี้คือกลุ่มคนที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ และจะมาพบปะกันปีละครั้งเพื่อรับทราบเป้าหมายและทิศทางของการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Andrew Morton เป็นหนึ่งในทีมงานที่รับผิดชอบในส่วนประกอบหลักของลีนุกซ์ มาตั้งแต่ปี 2000 กล่าวว่า Torvalds คือผู้กำหนดปรัญชาและแนวทางการพัฒนาระบบ พวกเราที่เหลือก็จะทำงานโดยยึดแนวทางนี้เป็นหลัก Torvalds จะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายแต่ก็ไม่เคยใช้อำนาจบังคับลูกน้องเลย
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Torvalds ได้ขอให้ Andrew Morton เป็นเหมือนหมายเลขสองในการพัฒนาลีนุกซ์ ทำให้ Andrew Morton ตัดสินใจยุติบทบาทหลายปีในฐานะหัวหน้าทีมพัฒนา software ของ นอร์เทล เน็ตเวิร์ค เพื่อมารับผิดชอบการพัฒนา ลีนุกซ์ เวอร์ชั่น 2.6 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ปลายปีนี้ ถึงแม้ Andrew Morton จะถือเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงของ ลีนุกซ์ เวอร์ชั่น 2.6 แต่โปรแกรมเมอร์บางคนก็ยังเคยชินกับการส่งงานให้ Torvalds โดยตรงซึ่ง Torvalds ก็พิจารณางานเหล่านั้นเองโดยไม่ผ่าน Andrew Morton ซึ่งสำหรับ Andrew Morton แล้วนั่นก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด
Andrew Morton กล่าวถึง Torvalds ว่า เขาเป็นคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะแสดงความเห็นและเมื่อไหร่ควรจะนิ่งเฉย เขาอาจจะโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนกับลูกทีมของตนเองในเรื่องที่เกี่ยวกับเทคนิค แต่เมื่อไหร่ที่รู้ตัวว่าตัวเองผิดพลาดก็จะกล้ารับว่าตัวเองพลาด ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้จักการวางตัวเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเมื่อลูกน้องเกิดความขัดแย้งกันเอง เขากล่าวว่า ผมมีทีมงาน 15 คนที่โต้เถียงกันเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ร่วมกัน ดีกว่าที่จะมีลูกน้อง 15 คนที่แตกเป็นสองฝ่าย ต่างฝ่ายก็คิดว่าตัวเองถูกแล้วก็ไม่พูดกัน ในบางครั้งที่เกิดปัญญา Torvalds จะยังไม่ตัดสินใจ จนในที่สุดก็จะหาทางออกที่ดีได้ หรือบางครั้งปัญหาก็คลี่คลายไปได้ด้วยตัวของมันเอง
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น